10 ตำนานนักมวยของไทยในอดีต ที่เก่งที่สุด

10 ตำนานนักมวยของไทยในอดีต ที่เก่งที่สุด

กุมภาพันธ์ 7, 2562 0 By admin

ตำนานนักมวยของไทยที่เก่งที่สุด ในอดีต

มวยไทยถือเป็นศิลปะที่มีความอันตรายมากที่สุดมากกว่าที่เราจะนึกภาพออก ซึ่งนักมวยในยุคก่อนๆต้องบอกเลยว่ามีความแข็งแกร่งมาก เพราะสมัยนั้นยังไม่ค่อยมีอบายมุขทำให้นักมวยที่อยากลืมตาอ้าปากต้องมั่นขยันฝึกซ้อมเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เราไปดูกันดีกว่าว่ามีใครกันบ้าง

 

นำศักดิ์น้อย ยุทธการกำธร

ภาพตัวอย่าง: นำศักดิ์น้อย ยุทธการกำธร

  1. นำศักดิ์น้อย ยุทธการกำธร

“นำศักดิ์น้อย ยุทธการกำธร” มีชื่อจริงว่า มูฮัมหมัด ไชยมาตร เป็นชาวจังหวัด สุราษฎร์ธานี

เป็นทั้งนักมวยไทยและนักมวสากล จากค่าย ป. ประมุข ขึ้นชื่อว่าเป็นนักมวยที่มีการรำไหว้ครูได้สวยงามจนได้รับฉายาว่า ราชัญรำมวย นำศักดิ์น้อย ยุทธการกำธร เป็นแชมป์เวที PABA รุ่นไลฟ์เวท ในวันที่1 สิงหาคม 2546 ชนะน็อค ซูกิ โรเซนเซวียตนักชกชาวอิสราเอล สติถิการขึ้นชกมวยไทย 300 ชนะ 285 แพ้ 15

ผุดผาดน้อย วรวุฒิ

ภาพตัวอย่าง: ผุดผาดน้อย วรวุฒิ

  1. ผุดผาดน้อย วรวุฒิ

“ผุดผาดน้อย วรวุฒิ” มีชื่อจริงว่า “ผ่อน ออมกลิ่น”

เริ่มชกมวยตั้งแต่ 14 ปี ตามพี่ชายในชื่อ ผุดผาดน้อย จ.หาญผจญ แต่พ่อไม่สนับสนุน แต่หลังจากที่จบ มส.3 ได้ออกตระเวณชกมวยในแถบภาคอีสานโดยที่ไม่แพ้ใครเลย ต่อมาถูกชักนำให้ไปอยู่กับค่าย วรวุฒิ และเปลี่ยนชื่อเป็น ผุดผาดน้อย วรวุฒิ ชกครั้งที่เวทีราชดำเนินในรายการเดิมพัน ชนะน็อคด้วยการเตะก้านคอ ต่อมาในปีเดียวกันได้แชมป์ “ขวัญใจโลลิต้า” ในรุ่น 108 ปอนด์ ผุดผาดน้อยรุ่งโรจน์ในช่วง พ.ศ. 2513 – 2519 เป็นแชมป์ 3 รุ่น คือ ฟลายเวท, จูเนียร์เฟเธอร์เวท และจูเนียร์ไลท์เวท ของสนามมวยเวทีลุมพินี และยังสามารถปราบมวยดังในยุคเดียวกันได้หลายคน ผุดผาดน้อยเป็นนักมวยเชิงดี ชกสวย มีลูกเตะเป็นอาวุธหลัก คือแข้งซ้าย จนได้รับฉายาว่า “ไอ้หมูแข้งทอง” จากสื่อมวลชน

นำขบวน หนองกี่พาหุยุทธ

ภาพตัวอย่าง: นำขบวน หนองกี่พาหุยุทธ

  1. นำขบวน หนองกี่พาหุยุทธ

“นำขบวน หนองกี่พาหุยุทธ” มีชื่อจริงว่า คำเพียว ศรีจันทึก เป็นชาวบุรีรัมย์

แต่เดิมไม่ได้เป็นนักมวยคู่เอกหรือชกเก่งกาจ และเคยเป็นนักมวยที่แพ้น็อคเร็วที่สุดในเวลา 33 วินาทีเมื่อครั้งที่ขึ้นชกกับ วังจั่นน้อย ส.พลังชัย นำขบวน หนองกี่พาหุยุทธ เขาคนนี้เป็นน้องชายของนักมวยไทยชื่อดัง

นำพล หนองกี่พาหุยุทธ แต่หลังจากที่พี่ชายแขวนนวม นำขบวนก็ค่อยๆพัฒนาฝีมือจนเก่งกาจมากขึ้น กลายเป็นมวยเอกภายในระยะเวลาไม่นาน นำขบวนมีท่าไม้ตายทีเด็ดคือ “ไถนา” คือการจับขาของคู่ชกแล้วไถดันไปข้างหลังให้เสียหลัก

จึงได้รับฉายาจากแฟนมวยว่า “จอมไถนา” ซึ่งต่อมาท่าไถนานี้ถูกห้ามใช้เพราะเป็นการเอาเปรียบคู่ชก และอีกฉายาหนึ่งคือ ขุนเข่าพนมรุ้ง นำขบวนเป็นนักชกที่สามารถใช้แม่ไม้มวยไทยได้สวยงาม โดยเฉพาะ ท่ามณโฑนั่งแท่น ซึ่งเป็นแม่ไม้ที่ไม่ค่อยมีนักมวยใช้กันสักเท่าไหร่ นำขบวนสร้างประวัติศาสตร์โดยเป็นแชมป์รุ่นจูเนียร์ไลท์เวท (130 ปอนด์) ของเวทีลุมพีนียาวนานถึง 6 ปี โดยไม่มีใครสามารถชิงแชมป์ได้ จนต้องสละตำแหน่งไป และเคยเป็นแชมป์ของสภามวยไทยโลกด้วย โดยมีค่าตัวการชกสูงสุดถึง 260,000 บาท

แก่นศักดิ์ ส.เพลินจิต

ภาพตัวอย่าง: แก่นศักดิ์ ส.เพลินจิต

  1. แก่นศักดิ์ ส.เพลินจิต

“แก่นศักดิ์ ส.เพลินจิต” มีชื่อจริงว่า พงษ์ศักดิ์ เชี่ยวชาญ ชื่อเล่น แก่น เป็นชาวสมุทรปราการ

เข้ามาอยู่ในสังกัด ส.เพลินจิต และเปลี่ยนมาใช้ชื่อมวยว่า แก่นศักดิ์ ส.เพลินจิต ถือว่าเป็นนักมวยที่ครบเครื่องคนหนึ่ง สามารถคว้าแชมป์ฟลายเวตของราชดำเนิน-ลุมพินี และการคว้าตำแหน่งนักมวยไทยยอดเยี่ยมประจำปี 2532-2533 ของสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬา แก่นศักดิ์ ส.เพลินจิต ได้รับฉายาว่า ยอดมวย 2 พ.ศ. เอาชนะคะแนนโอบะน้อย มรกต ได้ค่าตัว 200 บาท จากนั้นฝีมือเชิงชกก็แก่กล้าขึ้นเรื่อยๆ และได้เข้าชกในเวทีมวยมาตรฐานในเมืองกรุงเป็นครั้งแรก เมื่อปี 2529 ชนะคะแนนฟ้าสะท้าน ลูกพระบาท เมื่อปี 2529 และช่วงรุ่งเรืองสุดขีดเคยได้ค่าตัวในการชกไฟต์หนึ่งถึง 380,000 บาท

วังจั่นน้อย ส.พลังชัย

ภาพตัวอย่าง: วังจั่นน้อย ส.พลังชัย

  1. วังจั่นน้อย ส.พลังชัย

“วังจั่นน้อย ส.พลังชัย” มีชื่อจริงว่า อาภรณ์ โสภาพ เกิดที่จังหวัดลพบุรี

วังจั่นน้อย ส.พลังชัย เป็นเจ้าของฉายา ไอ้หมัด 33 วิ จากการเอาชนะน็อคเจ้านำขบวน หนองกี่พาหุยุทธในเวลาเพียง 33 วินาทีเท่านั้น เริ่มชกมวยตั้งแต่มีอายุเพียง 10 ขวบ ตระเวนชกแถบบ้านเกิดจนมีชื่อเสียง

หลังจากนั้นจึงเข้ามาชกในกรุงเทพอยู่ในสังกัดของ ทรงชัย รัตนสุบรรณ โปรโมเตอร์มวยชื่อดัง และเริ่มมีชื่อเสียงเมื่อเอาชนะคะแนน นำพล หนองกี่พาหุยุทธ ได้ครองแชมป์มวยไทยรุ่นไลท์ฟลายเวท ของสนามมวยเวทีลุมพินี

ต่อมา วังจั่นน้อยสละแชมป์ และขยับมาชกในรุ่นที่สูงขึ้น ได้ครองแชมป์รุ่นจูเนียร์เฟเธอร์เวทของสนามมวยเวทีลุมพินี 5 สมัย ภายหลังใช้ชื่อมวย วังจั่นน้อย ส.สิระดา

ปัจจุบัน วังจั่นน้อย ส.พลังชัย ประกอบอาชีพส่วนตัวและช่วยพี่ชายทำค่ายมวย

แสนชัย ส.คิงสตาร์

ภาพตัวอย่าง: แสนชัย ส.คิงสตาร์

  1. แสนชัย ส.คิงสตาร์

“แสนชัย ส.คิงสตาร์” หรือ แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม มีชื่อจริงว่า ศุภชัย แสนพงษ์ จังหวัด มหาสารคาม

แสนชัย เจ้าของฉายา ยอดมวยสารคาม เป็นทั้งนักมวยไทย นักมวยสากล และ เป็นนักฟุตบอลให้กับสโมสร เมืองทอง-หนองจอก ยูไนเต็ดในตำแหน่งตัวสำรองอยู่พักหนึ่ง และกลับมาชกมวยไทยต่อ มีความเก่งกาจขนาดที่ต้องต่อน้ำหนักให้กับคู่ชก เกียรติประวัติในวงการมวย แสนชัย ได้รับรางวัลยอดมวยประจำปี 2542 และ 2551 จากสมาคมสื่อมวลชน แชมป์รุ่นเฟเธอร์เวทเวทีลุมพินี แชมป์ PABA เฉพาะกาลรุ่นเฟเธอร์เวท

อภิเดช ศิษย์หิรัญ

ภาพตัวอย่าง: อภิเดช ศิษย์หิรัญ

  1. อภิเดช ศิษย์หิรัญ

“อภิเดช ศิษย์หิรัญ” มีชื่อจริงว่า ณรงค์ ทรงมณี เป็นชาวสมุทรสงคราม

อภิเดช ศิษย์หิรัญ ได้ครองแชมป์มวยไทยรุ่นเวลเตอร์เวททั้งเวทีลุมพินีและเวทีราชดำเนิน และแชมป์ OPBF รุ่นเวลเตอร์เวท

ซึ่งแม้จะผ่านมานานแล้วแต่ว่าอภิเดชยังได้รับการยกย่องให้เป็นยอดนักชก เจ้าของฉายา จอมเตะแห่งบางนกแขวก เริ่มเรียนวิชากระบี่กระบอง พลองและ แม่ไม้มวยไทยกับครูพละ ด้วยพลังแข้งการเตะอย่างหนักหน่วงรุนแรง ในวัยเด็กเรียนหนังสือไม่เก่งนักแต่มีความสามารถทางกีฬาหลายอย่าง

ขึ้นชกมวยไทยครั้งแรกที่อำเภอดำเนินสะดวกโดยเป็นมวยประกอบรายการซึ่งก็ชนะคู่ต่อสู้มาได้ หลังจากนั้นก็ได้ขึ้นชกมาเรื่อยๆจนได้รับการชักชวนให้มาชกมวยที่กรุงเทพโดยใช้ชื่อ อภิเดช ลูกพรชัย ต่อมาได้เข้าไปฝึกกับค่ายศิษย์อรัญ และเปลี่ยนชื่อมวยเป็น อภิเดช ศิษย์อรัญ

อภิเดช ศิษย์หิรัญ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเมื่อปี 2556

ดีเซลน้อย ช.ธนะสุกาญจน์

ภาพตัวอย่าง: ดีเซลน้อย ช.ธนะสุกาญจน์

  1. ดีเซลน้อย ช.ธนะสุกาญจน์

“ดีเซลน้อย ช.ธนะสุกาญจน์” มีชื่อจริงว่า

ชรินทร์ สอนดี เกิดที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ดีเซลน้อย ช. ธนะสุกาญจน์ เจ้าของฉายา ขุนเข่าเสาโทรเลข หรือ ขุนเข่าทะลายฟ้า ด้วความมีรูปร่างสูงโปร่งและมีอาวุธอันตรายคือเข่า เริ่มชกมวยตั้งแต่อายุ 12 ปี ได้สมัครเข้าเป็นนักมวยที่ค่าย ส.วรกุลชัย เมื่อได้ย้ายไปอยู่ทีจังหวัดชลบุรีกับพี่ชาย และใช้ชื่อมวย ดีเซลน้อย ช. ธนะสุกาญจน์ หลังจากเลิกชกมวย ดีเซลน้อยได้เดินทางไปชกมวยคิกบ็อกซิ่งที่ประเทศญี่ปุ่น จนมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จัก

สมรักษ์ คำสิงห์

ภาพตัวอย่าง: สมรักษ์ คำสิงห์

  1. สมรักษ์ คำสิงห์

“สมรักษ์ คำสิงห์” หรือชื่อมวยไทย พิมพ์อรัญเล็ก ศิษย์อรัญ เป็นชาว ขอนแก่น

ก้าวเข้าสู่ทีมชาติเมื่อปี 2535 ในโอลิมปิกที่บาเซโลนาแต่ตกรอบแรก ต่อมาปี 2536 ได้เหรียญทองมวยทหารโลกที่ประเทศอิตาลี หลังจากชกมวยไทยแล้วสมรักษ์เบนเข็มมาชกมวสากลด้วย เริ่มชกมวยสากลเป็นตัวแทนของโรงเรียนเมื่ออายุ 12 ปี และได้รับการทาบทามให้ชกในนามของสโมสรราชนาวีและเข้ารับราชการทหารด้วย

และเริ่มมีชื่อเสียงเมื่อได้เหรียญทอง เอเชี่ยนเกมส์ ที่ฮิโรชิมา ปี 2538 สมรักษ์ได้เหรียญทองจากกีฬาซีเกมส์ที่เชียงใหม่และในปี 2539 ได้สร้างประวัติศาสตร์เมื่อสมรักษ์คว้าเหรียญทองโอลิมปิกเหรียญแรกให้กับประเทศไทย

เข้าเรียนที่ โรงเรียนผะดุงศิษย์พิทยา โดยชกทั้งมวยไทย และมวยสากลสมัครเล่น และใช้ชื่อ พิมพ์อรัญเล็ก ศิษย์อรัญ ขึ้นชกมวยไทย ตระเวนชกตามเวทีต่างทั้ง ชลบุรี สำโรง อ้อมน้อย เริ่มชกมวยไทยเมื่ออายุ 7 ปี

โดยการตระเวนชกตามเวทีงานวัดต่างๆ ในชื่อ สมรักษ์ ณรงค์ยิม จากการทาบทามของ ณรงค์ กองณรงค์ ให้มาร่วมค่าย จนกระทั่งได้เข้ามาเรียนในกรุงเทพ หลังจากนั้นจึงได้ขึ้นชกบนเวทีมวยมาตรฐาน ทั้งราชดำเนินและลุมพินี ในฐานะนักมวยไทยถือว่าเป็นนักมวยที่ชกด้วยสมอง เป็นมวยจังหวะฝีมือ แพรวพราว ลีลามวยไทยครบเครื่อง

ปัจจุบันสมรักษ์ คำสิงห์ มีงานในวงการบันเทิงเป็นครั้งคราว และมีค่ายมวยเป็นของตัวเอง

สามารถ พยัคฆ์อรุณ

ภาพตัวอย่าง: สามารถ พยัคฆ์อรุณ

  1. สามารถ พยัคฆ์อรุณ

“สามารถ พยัคฆ์อรุณ” มีชื่อจริงว่า สามารถ ภพธีรธรรม เกิดที่จังหวัด ฉะเชิงเทรา

สามารถถือเป็นนักมวยชั้นเชิงแพรวพราว สายตาดี ชกได้สนุก ชนะใจคนดู และประสบความสำเร็จอย่างมากในการชกมวยไทย

สามารถ พยัคฆ์อรุณ เริ่มหัดชกมวยตั้งแต่ 11 ขวบ ใช้ชื่อว่า สามารถ ลูกคลองเขต มีพี่ชายเป็นนักมวยไทยชื่อดังคือ  ก้องธรณี พยัคฆ์อรุณ ขึ้นชกครั้งแรกที่จังหวัดชลบุรี และตระเวนชกในแถบภาคตะวันออกถึงร้อยกว่าครั้ง ต่อมาเดินทางเข้ามาชกในกรุงเทพ ที่สนามมวยลุมพินี ภายใต้โปรโมเตอร์มวยชื่อดัง ทรงบัย รัตนสุบรรณ โ

ดยได้แชมป์ของสนามมวยเวทีลุมพินีถึง 4 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ รุ่นพินเวท (105 ปอนด์)  รุ่นจูเนียร์ฟลายเวท (108 ปอนด์) รุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวท (115 ปอนด์) และรุ่นเฟเธอร์เวท (126 ปอนด์)

ปัจจุบันสามารถ พยัคฆ์อรุณ รับงานในวงการบันเทิงเป็นครั้งคราว และมีค่ายมวยเป็นของตัวเอง